นพ.ดำรง มีคำแนะนำดีๆ
สำหรับการป้องกันโรคหัวใจ คือให้ทานวิตามิน B1,6,12 และ B 9 เพียง 2 อย่างนี้ อย่างละเม็ดก่อนนอน คุณหมอรับประกันว่า จะไม่เป็นโรคหัวใจเลยสำหรับเรื่องคอเลสเตอรอลสูง และไตรกลีเซอไรด์สูงนั้น คุณหมอยืนยันว่าเป็นเรื่องทางธุรกิจการแพทย์ และเรื่องผลประโยชน์ทางการค้าที่มหาศาล โดยกำหนดให้คนปกติ มีระดับคอเลสเตอรอลไม่เกิน 200 และไตรกลีเซอไรด์ไม่เกิน 150 ซึ่งยาที่ให้ทานหากคอเลสเตอรอลสูงกว่าเกณฑ์นั้น มีผลเสียต่อร่างกายอย่างมาก ไขมันไม่ได้ถูกขับออกจากร่างกาย แต่จะย้ายไขมันไปไว้ที่ตับแทน และยังเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจ…กับผู้ที่ทานยาลดคอเลสเตอรอล ในที่สุดก็เป็นโรคหัวใจกันเป็นแถวๆคุณหมอบอกว่า จากการวิจัยที่บอสตัน 30 ปีที่แล้ว ยังคงเป็นจริงคือ คนเราจะมีคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ได้มากเท่าไรนั้น ขึ้นอยู่กับไขมันตัวดี ที่เรียกว่า HDL หากเรามี HDL สูง แม้ว่าคอเลส เตอรอลสูงและไตรกลีเซอไรด์สูง เราก็ปลอดภัย ไม่ต้องทานยา วิธีดูระดับปลอดภัยให้คำนวณดังนี้
-คอเลสเตอรอล : ให้เอาค่าคอเลสเตอรอลตั้ง หารด้วยค่า HDL หากได้ผลลัพท์ไม่เกิน 4 จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ไม่ต้องทานยา แม้ว่า คอเลสเตอรอลจะสูงถึง 300 ก็ตาม
-ไตรกลีเซอไรด์ : ให้เอาค่าไตรกลีเซอไรด์ตั้ง หารด้วยค่า HDL หากได้ผลลัพท์ไม่เกิน 3
จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ไม่ต้องทานยา แม้ว่า ไตรกลีเซอไรด์จะสูงเกิน 150 ก็ตามทั้งคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมากมาย
-การทำเมมโมแกรม เป็นอันตราย เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งเต้านม ที่เราไม่รู้กันเลย ว่าการบีบอย่างแรง สมทบด้วยรังสี...ตอนนี้อัตราการเป็นมะเร็งเต้านมของเมืองไทยพุ่งสูงติดอันดับของโลกแล้ว…คุณหมอบอกว่า ในต่างประเทศ เขาเลิกใช้เครื่องเมมโมแกรมกันแล้ว
-ดื่มน้ำเย็น&อาการปวดหลัง
ใครจะไปเชื่อว่า การดื่มน้ำเย็นจะมีพิษมีภัย และให้โทษได้ถึงขนาดนี้หมอได้พบผู้ป่วยที่มีอาการแขนขาอ่อนแรงหรือ ที่เรียกกันว่าโรคอัมพฤกษ์ ซึ่งสืบค้นต้นตอไปๆมาๆก็พบว่า สาเหตุมาจากพฤติกรรมการดื่มน้ำเย็น หรือน้ำแข็งเป็นประจำนั่นเอง ผู้ป่วยเล่าให้ฟังว่า ไม่กินผักมาตั้งแต่เล็กๆ รับประทานแต่เนื้อสัตว์ ที่สำคัญคือชอบดื่มน้ำเย็นเป็นประจำมาตั้งแต่เด็ก และต้องเป็นน้ำเย็นจากตู้เย็นเท่านั้น ก่อนที่จะมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงนั้น ร่างกายผู้ป่วยได้ส่งสัญญาณเตือนมาหลายครั้ง เช่น มึนเวียนศีรษะง่าย เห็นเหมือนแสงไฟแวบๆขณะ กระพริบตา การพูดเริ่มติดๆขัดๆสุดท้ายเกิดอาการวูบกะทันหัน ต้องนำส่งโรงพยาบาล เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งผู้ป่วยก็ไม่สามารถขยับร่างกายซีกซ้ายได้แล้ว นี่คืออาการของโรคเส้นเลือดตีบที่สมองในวัยเพียง 40 ปี ที่ชอบทานแต่น้ำเย็นมาตลอดเวลาการดื่มน้ำเย็นสำหรับคนไทยนั้น ทำให้ ไต ต้องรีบกำจัดความเย็นออกจากร่างกายอย่างรวดเร็ว ขับน้ำเย็นมากักเก็บไว้ที่กระเพาะปัสสาวะ เตรียมขับออกเป็นน้ำปัสสาวะ ทำให้ผู้ที่ชอบทานน้ำเย็นก็ยิ่งขาดน้ำจนเลือดข้นหนืดไปหมด ประกอบกับหลอดเลือดที่เริ่มแข็งกระด้างไม่ยืดหยุ่น ทำให้มีคราบไขมัน และของเสียไปยึดเกาะตามผนังหลอดเลือดจนเกิดการพอกพูนกลายเป็นโรคหลอดเลือดตีบ ก็เพราะน้ำเย็นที่ชอบทานเป็นประจำนั่นเองไตของเราเปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำอันน่าอัศจรรย์ ทำหน้าที่ช่วยกรองของเสียออกจากเลือด แล้วขับออกทางปัสสาวะ การทำหน้าที่ตลอด 24 ชม.ไม่มีวันหยุดของไตนั้น ถ้าเราไปซ้ำเติมด้วยการรับประทานสิ่งที่เป็นพิษต่อร่างกายรวมทั้งน้ำเย็นด้วย ก็จะทำให้เกิดภาวะไตอ่อนแอ และจะส่งสัญญาณร้อง ให้เราทราบดังนี้
1.ปัสสาวะบ่อยขึ้น อั้นปัสสาวะไม่ได้นาน ดื่มน้ำเข้าไปแล้วต้องวิ่งเข้าห้องน้ำบ่อยๆ กลางคืนก็ต้องลุกขึ้นเข้าห้องน้ำหลายเที่ยว
2.มีอาการปวดหลัง ปวดเอวบ่อยๆ โดยเฉพาะเวลานั่งนานๆ
3.ปวดเมื่อยตามข้อ และ ร่างกายง่าย เช่น ปวดข้อเข่า ปวดต้นคอ
4.หลอดเลือดตีบตัน หรือหลอดเลือดแข็งได้ง่ายหากใครยังทานน้ำเย็น นมเย็น กาแฟเย็น น้ำอัดลม น้ำหวานเย็น ชาเย็น อยู่เป็นประจำ มีอาการปวดหลังแน่ๆก็ต้องดูแลตนเองง่ายๆ ดังนี้1.ปรับเลือดที่หนืดข้นให้หายข้น ด้วยการเพิ่มน้ำเข้ากระแสเลือด โดยทานน้ำอุ่นให้ได้ 8-10 แก้ว ทุกวัน2.ทำให้เลือดไหลเวียนสะดวกอย่างต่อเนื่อง ด้วยการออกกำลังเป็นประจำที่สามารถทำได้ หรืออาจใช้การจัดกระดูก ช่วยให้เลือดไหลเวียนสม่ำเสมอ3.ไม่กินอาหารเนื้อสัตว์ ของทอด ของหวานจัด เพราะทำให้เกิดอนุมูลอิสระปริมาณมาก จนทำให้หลอดเลือดแข็ง หรือตีบตันได้ง่าย4.งดการทานน้ำเย็นเด็ดขาด