fbpx

ยิ่งหิวยิ่งสุขภาพดี

หนังสือ “ยิ่งหิวยิ่งสุขภาพดี” เขียนโดย นพ.โยะชิโนะริ นะงุโม (Yoshinori Nagumo) แปลโดยพิมพ์รัก สุขสวัสดิ์ จัดพิมพ์โดย สนพ. วีเลิร์น ผู้เขียนเป็นแพทย์และเป็นผู้อำนวยการใหญ่โรงพยาบาล 4 แห่งในญี่ปุ่น เป็นนักเขียนชื่อดังในญี่ปุ่น และเป็นแขกประจำรายการทีวีหลายรายการ เป็นประธานกิตติมศักดิ์ของ Anti-Aging Medicine World Congress ผู้เขียนค้นพบวิธีการลดนำ้หนักด้วยการทานเหลือวันละมื้อ และพบว่าความหิวเป็นกระบวนการที่ทำให้ร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอด้วยยีนที่ชื่อเซอร์ทูอิน (Sirtuin) ในขณะเดียวกันร่างกายก็จะผลิต Growth Hormone ออกมาในตอนท้ายผู้เขียนบอกในหน้า 198 ว่า"สิ่งที่ผมมุ่งหวังคือการวางแผนสำหรับชีวิตที่มีอายุยืนถึงหนึ่งร้อยปี โดยยังมีหน้าท้องที่แบนราบและมีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูอ่อนเยาว์"บางคนบอกว่าไม่อยากอายุยืนขนาดนั้น...แต่คนที่พูดแบบนั้นพอถึงคราวเจ็บป่วยก็รีบวิ่งโร่มาหาหมอทุกราย…เมื่อเข้าสู่วัยชรา ทุกวันจะมีแต่ความทุกข์ทรมาน ซึ่งเป็นผลมาจากการละเลยสุขภาพ…"ผมว่าต้องเลือกแล้วละว่าจะใช้เวลานอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลแล้วทำให้คนรอบข้างเดือดร้อน หรือจะมีสุขภาพดีร่างกายแข็งแรง มีกำลังวังชา รูปลักษณ์ภายนอกดูอ่อนเยาว์จนถึงวาระสุดท้าย แล้วจากไปอย่างสง่างาม

"บทนำ ผู้เขียนเริ่มทานอาหารเหลือวันละมื้อเมื่ออายุ 45 ปีเพราะปัญหาเรื่องสุขภาพ ผ่านไปสิบปีเมื่อเขาไปตรวจร่างกายพบว่าอายุหลอดเลือดของเขาเท่ากับคนอายุ 26 ปี

บทที่ 1:
เขาเล่าว่ามนุษย์ในอดีตไม่ได้มีกินอุดมสมบูรณ์โดยกินสามมื้อเหมือนปัจจุบันนี้ ในอดีตเรากินวันละมื้อก็บุญแล้ว ดังนั้น ร่างกายเราจึงมีภูมิคุ้มกันในตัวเอง เมื่อเราหิวไม่มีกินเราจะมียีนที่ชื่อ เซอร์ทูอิน (Sirtuin) ออกมาซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอต่างๆภายในร่างกาย ในขณะเดียวกันร่างกายก็จะผลิต Growth Hormone ออกมา ซึ่งเจ้า Growth Hormone นี้ทำให้เรากลับเป็นหนุ่มสาวมากขึ้น ซึ่งเป็นกระบวนการเพื่อการอยู่รอดปัญหาก็คือเมื่อร่างกายอิ่ม กลไกนี้ไม่เกิด เราจึงแก่ไปเรื่อยๆสรุปง่ายๆคือ การกินมากไปคือสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคภัยต่างๆ และที่สำคัญร่างกายเราไม่ได้ถูกออกแบบให้กินอิ่ม เราจึงปรับตัวให้การกินอิ่มได้ไม่ดี ทำให้กระ บวนการธรรมชาติของร่างกายเรารวนนั่นเอง

บทที่ 2:
พูดถึงการกินวันละมื้อ โดยแนะนำรายละอียดจากการที่เขาทำมาแล้วได้ผล (สำหรับผมแล้วคิดว่าคงทำตามยาก) แต่หัวใจคือ ในบทนี้เขาบอกว่าเขาเพลิดเพลินกับการที่ได้ยินเสียงท้องร้องจ๊อกๆ เพราะว่าเขากำลังรู้ว่าร่างกายเรากำลังซ่อมแซมและปรับตัวให้เยาว์วัยจากกระบวนการที่เล่ามา

บทที่ 3:
ในหน้า 125-129 คือหัวใจสำคัญของหนังสือเล่มนี้ เพราะผู้เขียนอธิบายด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ เช่น
1.ปากทางเข้าลำไส้เล็กจะมีเซนเซอร์เตรียมรอรับของกินอยู่ ถ้าไม่มีอาหารไหลลงมาเสียที ลำไส้ เล็กจะรีบหลั่งฮอร์โมนสำหรับย่อยอาหารโมลิติน (Molitin) ออกมา ทำให้กระเพาะอาหารบีบตัว เพื่อส่งของกินที่อาจจะตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหารเข้าไปในลำไส้เล็ก เรียกว่า"การบีบตัวเมื่อหิว"และเป็นตัวการที่แท้จริงของอาการท้องร้องจ๊อกๆ
2.เมื่อกระเพาะรู้ตัวว่าหิวจะหลั่งฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin) ออกมา เกรลินจะถูกหลั่งออกมาจากเยื่อบุกระเพาะอาหารซึ่งถูกกระตุ้นเพราะความหิว โดยจะออกฤทธิ์ที่สมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ทำให้เกิดความอยากอาหาร ขณะเดียวกันก็จะออกฤทธิ์ที่ต่อมใต้สมอง ทำให้หลั่ง Growth Hormone ออกมา เจ้า Growth Hormone นี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า"ฮอร์โมนที่ทำให้กลับไปเป็นหนุ่มสาว" นั่นหมาย ความว่าตอนที่ท้องกำลังร้องจ๊อกๆเพราะหิว คุณจะค่อยๆ มีเสน่ห์ขึ้นจากฮอร์โมนที่ทำให้กลับเป็นหนุ่มสาว ถึงท้องจะร้องก็อย่าเพิ่งรีบกินอาหาร ให้มาลองเพลิดเพลินกับประสิทธิภาพของการกลับเป็นหนุ่มสาวที่ได้จาก Growth Hormone กันสักครู่หนึ่งก่อน
3.ตอนที่ท้องกำลังร้องจ๊อกๆนั้น ความสามารถในการอยู่รอดอันยอดเยี่ยมกำลังพลุ่งพล่านขึ้นมา นั่นก็คือ"ยีนเซอร์ทูอิน"ที่มีสมญาว่า "ยีนต่ออายุขัย"หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า"ยีนที่ทำให้อายุยืน"จากการทดลองกับสัตว์ทุกชนิดพบว่า เมื่อลดปริมาณอาหารลง 40% จะทำให้อายุยืนขึ้น 1.5 เท่า ทว่ายีนนี้จะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อมีเงื่อนไขบางประการ นั่นคือ"ความหิว" ตราบใดที่ท้องไม่ร้องจ๊อกๆเพราะหิว ยีนนี้ก็จะไม่ทำงาน ดังนั้น การ กินอาหารทั้งที่ยังไม่หิวจึงหมายถึงการมีของดีอยู่กับตัวแต่ไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์ มาทำให้ท้องร้องจ๊อกๆด้วยการกินอาหารวันละมื้อดีกว่า แล้วยีนเซอร์ทูอินนี้จะช่วยสแกนยีนในร่างกายอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งค่อยๆฟื้นฟูส่วนที่เสียหาย กล่าวกันว่าความแก่ชราและโรคมะเร็งก็มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของยีน ดังนั้น เราสามารถทำให้กลับเป็นหนุ่มสาวและป้องกันโรคมะเร็งด้วยการกินอาหารวันละมื้อ
4.เมื่อหิวแล้วอาหารยังตกไม่ถึงท้อง ร่างกายจะนำไขมันที่สะสมไว้ในช่องท้องมาเปลี่ยนเป็นสารอาหาร ทำให้หน้าท้องแบนราบ

บทที่ 4:
พูดถึงรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องการกินวันละมื้อ แต่มีข้อมูลใหม่ว่าการนอนที่ดีคือนอนในช่วงร่างกายผลิต Growth Hormoneได้ดีที่สุดคือระหว่าง 22.00 - 02.00 น.ความเห็นส่วนตัวหลังจากอ่านจบผมคิดว่าสิ่งที่จะทำคือ
1. รอให้ท้องร้องจ๊อกๆบ่อยๆเพื่อซ่อมแซมตัวเองและทำให้เยาว์วัยลง
2. ทานน้อยลง 60% ของแต่ละมื้อส่วนกินมื้อเดียวยังไม่ทำเพราะว่ามัน Hardcore เกินไปแต่ละท่านอ่านแล้วก็ลองใช้วิจารณญาณดูละกันครับ แต่ผม search หาข้อมูลสนับสนุนมากพอควรก่อนจะตัดสินใจสรุปเป็น Note นี้มาให้อ่านกันครับ
6 ธันวาคม 2014

บทความน่าอ่าน

ช่องทางการติดต่อสมาคมฯ

ลิงค์ที่น่าสนใจ

0413797
Today
Yesterday
-
-
-
-
All days
66
122
645
865
889
4112
413797

-
600


Your IP:216.73.216.119

สมาคมข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย) 

สำนักงานใหญ่ของสมาคม ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 48/4  ม.3 ต.ชากบก  อ.บ้านค่าย  จ.ระยอง 21120 

-